thaihydra.org
thaihydra.org
thaihydra.org
www.np.com.ua/
apple-tochka.com.ua
www.別れさせ屋5社一括.com/
Welcome to ThaiHydra.org
You are here: Home

ขอเรียนเชิญร่วมงานทำบุญครบรอบ 20 ปี ของชมรม/สมาคมนักอุทกวิทยาไทย

E-mail Print PDF

Read more...Read more...

 

Read more...

                  ด้วยสมาคมนักอุทกวิทยาไทย ได้กำหนดจัดงานครบรอบ 20 ปี ของชมรม/สมาคมนักอุทกวิทยาไทย

เพื่อทำบุญและถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป ในวันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม 2559 เวลา 09:45 - 14:00 น.

ณ อาคารสมาศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ สำนักวิจัยและพัฒนา กรมชลประทาน

อำเภอปากเกร็ด จ.นนทบุรี

                      ในการนี้สมาคมนักอุทกวิทยาไทย ใคร่ขอเรียนเชิญท่านและครอบครัวให้เกียรติเข้าร่วมงานทำบุญ

ครอบรอบ 20 ปี ได้ในวันและเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ หากท่านมีความประสงค์จะเข้าร่วมกรุณาแจ้งมายัง

สมาคมนักอุทกวิทยาไทย

โทร. 080-073-3792, 086-569-3876, 02-713-3888 ต่อ 122 (คุณมารยาท)

E-Mail : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it ,  This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it  

* * หมายเหตุ : กรุณาแจ้งก่อนวันพุธที่ 6 มกราคม 2559 เพื่อจัดเตรียมอาหารและสถานที่สำหรับผู้เข้าร่วมงาน * * 

Last Updated on Thursday, 24 December 2015 15:48

สมาคมนักอุทกวิทยาไทยได้รับการอนุมัติเป็นองค์กรแม่ข่าย CPD

E-mail Print PDF

Read more...Read more...

Read more...

สมาคมนักอุทกวิทยาไทย ได้รับการอนุมัติจากสภาวิศวกร ในการเข้าร่วมเป็นองค์กรแม่ข่าย

โดยสมาคมนักอุทกวิทยาไทย อยู่ในลำดับที่ 18 รหัสองค์กรแม่ข่าย 2026

 

สำหรับสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ทราบว่า CPD คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร

วันนี้สมาคมนักอุทกวิทยาไทยได้นำข้อมูลบางส่วนมาให้ศึกษารายละเอียดเพื่อประโยชน์ของตัวท่านเอง

 

ความหมายของ CPD
CPD ย่อมาจาก Continuing Professional Development หรือ การพัฒนาวิชาชีพวิศวกรรมอย่างต่อเนื่อง
CPD สำหรับวิศวกร คือการพัฒนาวิชาชีพวิศวกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันเทคโนโลยีและความรู้ใหม่ที่เกิดขึ้น

วัตถุประสงค์ของ CPD
1. เพื่อให้วิศวกรมีการปรับปรุงทั้งคุณภาพ และประสิทธิภาพในการทำงานให้อยู่ในระดับสูง
2. เพื่อรักษามาตรฐานในการประกอบวิชาชีพ
3. เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในสากลและการแข่งขันของตลาดงานในอนาคต

ประโยชน์ของการทำ CPD
กลไกเพื่อยกระดับหรือเพิ่มคุณภาพวิศวกรมีด้วยกันหลายอย่าง แต่กลไกที่เป็นที่ยอมรับและทำกันในหลายประเทศ ได้แก่ การพัฒนาวิชาชีพวิศวกรรมอย่างต่อเนื่อง หรือ CPD ซึ่งได้แก่ การทำกิจกรรมต่างๆ โดยคิดจำนวนชั่วโมงของการปฎิบัติกิจกรรม และให้น้ำหนักของกิจกรรมแตกต่างกันไป โดยการทำกิจกรรมนั้นต้องมีความต่อเนื่องกันตลอดระยะเวลาการประกอบวิชาชีพวิศวกรรม

ถ้าเราไม่ใช้กลไกในการยกระดับคุณภาพวิศวกรต่างๆ จากที่ประเทศต่างๆ ใช้กัน ก็อาจประสบผลสำเร็จ แต่อาจขาดการยอมรับจากต่างประเทศ และทำให้เราต้องเสียผลประโยชน์ที่พึงได้

การทำกิจกรรม CPD ทำให้วิศวกรมีคุณภาพมากขึ้น และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากได้ติดตามเทคโนโลยีและความรู้ใหม่ๆ ให้ทันสมัยตลอดเวลา

เมื่อวิศวกรทำกิจกรรม CPD มีคุณภาพ ก็ทำให้องค์กรได้ประโยชน์จากการพัฒนาดังกล่าว สังคมและประเทศได้ประโยชน์จากวิศวกรและองค์กรที่มีคุณภาพสร้างงานที่มีคุณภาพและเกิดความปลอดภัย

สามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับ CPD เพิ่มเติมได้ที่  Click

วัตถุประสงค์ของสมาคมฯ

new-logo
  • เป็นศูนย์รวมผู้มีความรู้ ผู้ปฏิบัติงานด้านอุทกวิทยาและงานที่เกี่ยวข้อง 
  • ส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ด้านอุทกวิทยา วิทยาศาสตร์ และอุทกวิทยาประยุกต์ ตลอดจนวิชาการสาขา ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่องานในภาครัฐ ภาคเอกชนและประเทศชาติ 
  • จัดทำกิจกรรมด้านอุทกวิทยา และเทคโนโลยีอุทก เพื่อเป็นการสร้างเสริม และพัฒนาสมาชิก “ส.อท.” ให้มีทักษะและความรู้ด้านอุทกวิทยาและเทคโนโลยีให้ทันสมัย ให้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งสามารถแข่งขันกับนักอุทกวิทยาในระดับนานาชาติได้ 
  • รักษาสิทธิและผลประโยชน์ของสมาชิก 
  • ส่งเสริมจรรยาบรรณ รักษา ปกป้อง คุ้มครอง วิชาชีพอุทกวิทยาและเทคโนโลยีให้แก่สมาชิกเพื่อสามารถประกอบวิชาชีพอุทกวิทยาและเทคโนโลยีได้อย่างเต็มสติปัญญา และมีเกียรติภูมิ ทั้งในระดับประเทศและในระดับสากล 
  • ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง

No.2 ทำบุญไว้เมื่อยังมีชีวิตอยู่

ทำบุญไว้เมื่อยังมีชีวิตอยู่

Read more...          Read more...
Read more...         Read more...
เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2551 ซึ่งเป็นวันเกิดของกรมชลประทานครบ 106 ปี และวันเกิดของชมรมนักอุทกวิทยาไทย ครบ 12 ปี คุณศรีสุพร ศรีสุภาพ ชวนผมไปทำบุญถวายสังฆทานให้กับสมาชิกของชมรมที่เสียชีวิตไปแล้ว 18 ท่าน ที่วัดปัญญานันทาราม คลอง 6 จังหวัดปทุมธานี โดยจะเริ่มเวลาประมาณ 10.00 น. ผมได้รับคำเชิญชวน แต่จะขอไปเอง และพบที่วัด

เหตุผลของผมที่ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลนี้ เพราะ

1. ผมชอบทำบุญ การทำบุญ ทำให้มีความสุขแก่ตัวเราเอง และแก่คนรอบข้างด้วย

2. จำนวนผู้ที่เสียชีวิต 18 ท่านนั้น ผมรู้จักทั้งหมด และมีความสนิทสนมที่เป็นญาติเป็นเพื่อนร่วมงาน และก็เป็นลูกศิษย์ และผู้ที่เป็นสมาชิกของชมรมฯ นั้น เป็นผู้ที่มีจิตใจรักในเรื่อง "น้ำ" ทำงานในกรมชลประทาน และในกรมต่างๆ ในประเทศไทย

3. เมื่อทุกท่านเกษียนราชการแล้ว ยังมาทำงานใน "ชมรม" ด้วยความรักและเสียสละ โดยไม่ได้รับค่าตอบแทน นอกจากเงิน "บำนาญ" ซึ่งหาได้ยากในแผ่นดินนี้

4. วัดปัญญานันทาราม เป็นวัดที่ท่านเจ้าคุณ พระพรหมฆังคลาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)
ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งวัดในพระพุทธศาสนาอีกแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2537 ซึ่งเป็นวันที่ผมมีอายุครบ 72 ปี (6 รอบ) และเป็นวันที่คณะศิษยานุศิษย์โดยศูนย์สืบอายุพระพุทธศาสนา ได้ร่วมใจกันซื้อที่ดินเพิ่มเติม เพื่อสร้างวัดปัญญานันทาราม เป็นธรรมสมโภช 84 ปี พระธรรมโกศาจารย์ (ปัญญานันทภิกขุ)
โดยมีพระครูปลัดสีลวัฒนาภิรม (สง่า สุภโร) พระมหามานพ ปัญญาวชิโร และพระมหาสมโภช ฐิติญาโน จากวัดชลประทานรังสฤษฎ์ ร่วมสนองงานก่อสร้างวัด และกิจกรรมงานเผยแพร่พระพุทธศาสนา ปัจจุบันวัดมีเนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พระครูปลัดสีลวัฒนาภิรม (สง่า สุภโร) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

5. เหตุผลเพิ่มเติมอีกประการหนึ่ง ก็คือ ผมได้ไปทำบุญวัดเกิด ที่วัดนี้เป็นประจำมาตลอดมา
ห่างเหิน ในระยะที่ผมเจ็บป่วย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา เพิ่งพอจะไปไหวก็ขอไปกับคณะชมรมดังกล่าว ดูรูปตัวเองแล้วก็ไม่น่าจะไปไหว

กิจกรรมที่คณะชมรมปฏิบัติ เมื่อไปถึงวัด นมัสการพระพุทธรูปและนมัสการท่านเจ้าอาวาสเสร็จแล้วฟังธรรมบรรยาย พระสงฆ์ให้ศีล และเจริญพระพุทธมนต์ แล้วคณะถวายเครื่องไทยธรรม ถวายสังฆทาน พระสงฆ์สวดอนุโมทนา เป็นเสร็จพิธีการ

ท่านเจ้าอาวาสเลี้ยงอาหารกลางวันอย่างดี มีน้ำพริก ผัก ส้มตำ ลาบ ห่อหมก ฯลฯ แก่คณะชมรมทุกท่าน นับว่าเป็นความกรุณาอย่างมากแก่ผู้สูงอายุที่ไปทุกท่าน

วัดปัญญานันทารามนี้ เป็นศูนย์ศึกษา ปฏิบัติ และเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสร้างวัดนี้ มีจุดมุ่งหมาย เพื่อสร้างพระ สร้างคน และสร้างเยาวชนของชาติ ให้มีชีวิตอยู่ในโลกอย่างถูกต้อง มีชีวิตเรียบร้อยตามหลักพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อจะได้ต่อสู้กับความเจริญทางวัตถุมากเกินไป

ปัจจุบันมีอาคาร "เฉลิมพระเกียรติ" ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาเสด็จ พระราชดำเนินทรงวางศิลาฤกษ์ มีพระพุทธรูปประจำอาคาร มีโบสถ์ มีโรงเรียนพุทธบุตร มีอุโบสถ มีธรรมเทวา พาเพื่อนมนุษย์หลุดพ้นจากความทุกข์ มีพระพุทธรูปประจำลานหินโค้ง มีสวนป่ากาญจนาภิเษก ฯลฯ สรุปการพัฒนาวัดปัญญานันทาราม โดยการสร้างศาสนวัตถุได้สำเร็จเสร็จสิ้นไปแล้ว สิ้นเงินประมาณ 80 ล้านบาท ยังเหลือส่วนที่กำลังดำเนินการ และจะดำเนินการต่อไป เช่นหอระฆังสันติภาพ ห้องน้ำ ห้องสุขา อาคารหอพัก ผู้ปฏิบัติธรรมชายและหญิง (อาศรม) กุฎิ และอาศรมของภิกษุ ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท

มีเรื่องสำคัญที่ผมขออนุญาต เรียนสมาชิกชมรมนักอุทกวิทยาไทย ก็คือ ขอให้สมาชิกพิจารณาช่วย "สร้างระฆังใบใหญ่" และระฆังใบเล็ก โดยเฉพาะ "ระฆังใบใหญ่" ที่มีหอสูงสร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่มีระฆัง
จะหาเงินที่ไหนดี ส่วนระฆังใบเล็ก ผมทราบว่าพอจะมีอุบาสก อุบาสิกา ช่วยบริจาคทำบุญ ผมทราบว่าราคาทองเหลืองกำลังขึ้นราคา ใบเล็กราคาจะตกใบละประมาณ 5,500 บาท "ระฆังสันติภาพ" ใบเล็กนั้น ท่านพระครูฯ ต้องการช่วยสื่อสันติภาพ สันติสุข ไปยังโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ ประมาณ 2,500 ใบ เป็นวิถีพุทธ
สู่วิถีไทย กระจายไปทั่วประเทศ

สรุปแล้วระฆังใบใหญ่-ใบเล็ก ก็ต้องใช้ปัจจัยซื้อ และก็จะต้องใช้เวลาพอสมควร และเป็นโครงการที่จะต้องทำต่อไป และต้องทำบุญกันต่อไป ผมได้รับทราบภายหลังเมื่อผมเดินทางกลับบ้านแล้วว่า คณะชมรมฯ ที่ไปร่วมกิจกรรมทำบุญ ได้ร่วมกันบริจาคปัจจัยสร้างระฆังสันติภาพ จำนวน 1 ใบ ซึ่งผมขออนุโมทนาด้วย

โดยส่วนตัวผม เป็นเด็กวัดบวรนิเวศวิหาร กินข้าวก้นบาตรมาระยะเวลา 10 กว่าปี จึงมีความรู้สึกว่าโรงเรียนวัดบวรนิเวศที่ผมได้ศึกษามานั้น แยกตัวอักษร บวร คือ บ้าน-วัด-โรงเรียน-จะต้องอาศัยซึ่งกันและกันไปตลอดอายุ แต่ปัจจุบันกับอดีตจะเหมือนกัน กันหรือไม่?

ผมขออัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2539 ในวาระครบปีที่ 50 ของรัชสมัยของพระองค์มีข้อความดังนี้

"ถ้าเปรียบเทียบความเป็นอยู่ เมื่อ 50 ปี กับปัจจุบันนี้ ก็เห็นความแตกต่าง คนที่มีชีวิต ตั้งแต่สมัยโน้นจนถึงสมัยนี้ และที่เกิดมาตามทางก็เป็นผู้ที่ได้สร้างส่วนรวม ได้สร้างประเทศชาติ
ให้เป็นดังที่เป็นอยู่เดี๋ยวนี้ จะบอกว่าสมัยโน้นกับสมัยนี้เป็นอย่างไร ต่างกันไหม ต่างกัน จะว่าสมัยโน้นดีกว่าสมัยนี้ก็พูดไม่ได้อยู่ในปัจจุบันนี้ เขามีสิ่งใด เขาก็มีอยู่ในปัจจุบัน ในอดีตเราเคยมีอะไร ก็ผ่านไปแล้วในอนาคตจะมีอย่างไรก็ต้องคอยดูว่าร่วมกันสร้างอยู่ ถ้าร่วมกันสร้างดี ก็ดี ถ้าร่วมกันสร้างไม่ดี ก็เสียใจ ก็ไม่ดี"

เพราะทุกวันที่ผ่านไป เราทุกคนต่างกำลังทำหน้าที่ บันทึกอดีตของตัวเรา และของบ้านเมือง

 

จาริน อัตถะโยธิน

13 มิถุนายน 2551

Page 1 of 4

  • «
  •  Start 
  •  Prev 
  •  1 
  •  2 
  •  3 
  •  4 
  •  Next 
  •  End 
  • »